บริการของเรา
บริการ รากฟันเทียม
การทำรากฟันเทียมเป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะให้ความทนทานสูง ไม่โยก ไม่หลุด และไม่ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเหมือนการทำสะพานฟัน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการละลายของกระดูกขากรรไกร ทำให้รูปหน้าไม่เปลี่ยนและสามารถเคี้ยวอาหารแข็งได้อย่างมั่นใจ
กระบวนการรักษาเริ่มจากการตรวจสภาพช่องปากและถ่ายภาพ X-ray หรือ CT Scan เพื่อประเมินความหนาแน่นของกระดูกและตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับฝังรากฟัน จากนั้นทันตแพทย์เฉพาะทางของเราจะทำการฝังรากฟันเทียมด้วยเทคนิคที่มีความแม่นยำสูง ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายเร็ว เมื่อรากฟันยึดติดกับกระดูกดีแล้ว จะทำการใส่ครอบฟัน (Crown) ที่ออกแบบให้สวยกลมกลืนเหมือนฟันธรรมชาติที่สุด
โปรโมชั่น รากฟันเทียม
เรามีจุดมุ่งหมายทำราคารากฟันเทียมให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น โดยให้บริการทำรากฟันเทียมจากทีมทันตแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์และเราใช้รากฟันเทียมที่มีคุณภาพระดับโลกอย่างเช่น Straumann, Neodent, Biotem และ Dentium
BIOTEM
รากฟันเทียม + ครอบฟัน PFM
จำกัด 100 ซี่
19,900 บาท
Dentium
รากฟันเทียม + ครอบฟัน PFM
จำกัด 100 ซี่
23,900 บาท
รากฟันเทียม (Dental Implant) คือ
วัสดุคล้ายสกรูที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งฝังลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติที่หายไป ทำหน้าที่เป็นฐานยึดฟันปลอมสำหรับใส่ฟันปลอมชนิดติดแน่น (ครอบฟัน) หรือฟันปลอมถอดได้ ให้ความรู้สึกและประสิทธิภาพการใช้งานใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด
ส่วนประกอบหลัก
รากฟันเทียมทำจากอะไร
เราแบ่งส่วนประกอบของรากฟันเทียมเป็น 3 ส่วน คือ
- รากเทียม (Fixture): ตัวสกรูไทเทเนียมฝังในกระดูกขากรรไกร
- แกนเชื่อม (Abutment): เชื่อมต่อระหว่างรากเทียมกับครอบฟัน
- ครอบฟัน (Crown): ส่วนบนที่ทำจากเซรามิก มีรูปร่างและสีเหมือนฟันจริง
ทำไมต้องทำรากฟันเทียม
- ทดแทนฟันที่สูญเสียไปได้ดีที่สุด
- ช่วยป้องกันกระดูกขากรรไกรละลาย และฟันข้างเคียงล้ม
- ให้ความมั่นคงในการบดเคี้ยวและการพูดใกล้เคียงกับฟันจริงมากที่สุด
- ไม่ทำลายฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียง
ทำรากฟันเทียมเหมาะกับใคร
- ผู้ที่สูญเสียฟันจากฟันผุ โรคเหงือก หรืออุบัติเหตุ
- ผู้ที่ต้องการฟันปลอมที่มั่นคงและใช้งานได้ยาวนาน
เตรียมตัวก่อนทำรากฟันเทียม
1. ปรึกษาทันตแพทย์: คุณหมอพิจารณาว่าความเหมาะสมของคนไข้ทำรากฟันเทียม มีการทำการเอกซเรย์ฟัน หรือทำ CT Scan สแกนภาพ 3 มิติ ตรวจสภาพกระดูก อาจมีการทำพิมพ์ปาก และเช็กประวัติคนไข้ เพื่อนำมาวางแผนขั้นตอนการรักษาให้เหมาะสมปลอดภัยกับคนไข้
2. กำหนดนัดหมายวันผ่าตัด: คนไข้ควรวางแผนเตรียมฟัน ดูแลช่องปากหลังผ่าตัดให้ดี
- เตรียมอาหารอ่อนๆ และยาแก้ปวด
- หยุดพักงาน 1–2 วันแรก
- พักออกกำลังกายหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
3. เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการผ่าตัด: พักผ่อนให้เพียงพอ
ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม
ขั้นตอนในการรักษารากฟันเทียมในการพบทันตแพทย์เพื่อสรุปขั้นตอนการรักษา
1. พบทันตแพทย์เพื่อดูความเหมาะสม
มีการเอ็กซเรย์ฟัน (X-rays, panoramic films, CT scans) ตรวจสภาพกระดูก เพื่อเตรียมแผนการรักษาให้เหมาะสมสำหรับคนไข้ คุณหมอจะเป็นคอยแนะนำผู้ป่วยถึงวิธีการเตรียมตัวสำหรับการรักษาแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด เช่น
- กระดูกมีปริมาณเพียงพอหรือต้องได้รับการปลูกกระดูกก่อนฝังรากฟันเทียม
- คนไข้อาจมีการใช้ยาที่ส่งผลต่อการผ่าตัดรากฟันเทียม คุณหมออาจจะต้องปรับแผนการรักษา
- อาจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมกระดูกขากรรไกรสำหรับรากฟันเทียม คุณหมอจะพิจารณาการปลูกกระดูก หรือปรับแผนการรักษา
2. เตรียมตำแหน่งที่จะฝังรากฟันเทียมให้พร้อม
ทันตแพทย์อาจทำการปลูกกระดูก (Bone Graft) หากความหนาของกระดูกไม่เพียงพอ หรือมีฟันคุด (Impacted Teeth) หรือฟันที่เสียหายต้องถอนออก โดยจะรอให้กระดูกขากรรไกรฟื้นฟูและพร้อมสำหรับการฝังรากฟันเทียมที่เหมาะสม
3. กำหนดนัดหมายวันผ่าตัด
คนไข้ควรวางแผนเตรียมฟัน ดูแลช่องปากหลังผ่าตัดให้ดี
- เตรียมอาหารอ่อนๆ และยาแก้ปวด
- หยุดพักงาน 1–2 วันแรก
- พักออกกำลังกายหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
4. เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
พักผ่อนให้เพียงพอ
5. ฝังรากฟันเทียม
เป็นการผ่าตัดเล็ก ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ พร้อมเย็บแผลปิดสนิท ไม่มีแผลเปิดหลังผ่าตัด
6. ทันตแพทย์ติดตั้งครอบฟัน
เมื่อตรวจสอบเเล้วว่ารากฟันเทียมที่ผ่าตัด ฝังเข้ากันกับกระดูกรอบข้างได้เรียบร้อยดีเเล้ว คุณหมอจะติดตั้งโครงสร้างแกนกลาง (Abutment) เเละสวมครอบ ฟันติดเข้าไปที่แกนฟัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
7. ทันตแพทย์นัดติดตามผลการรักษา
ทันตแพทย์ นัดคนไข้เพื่อติดตามผลหลังผ่าตัด ภายใน 1-2 เดือน ช่วงเเรก เเละนัดตรวจประจำปี เพื่อเช็คสุขภาพช่องปากตามปกติ
รากฟันเทียมหลายซี่
การทำรากฟันเทียมหลายซี่ ใช้การติดสะพานฟันหรือรากฟันเทียม ซึ่งมีแกนฟันเชื่อมต่อระหว่างรากฟันเทียมและสะพานฟัน เพื่อชดเชยฟันที่หายไปจำนวน 2 ซี่ขึ้นไปที่อยู่ติดกัน โดยใช้สะพานฟันเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างรากฟันหลายซี่ เหมาะกับคนไข้ที่สูญเสียฟันหลายซี่ที่อยู่ติดกัน
รากฟันเทียมทั้งปาก
เปรียบเทียบรากฟันเทียม สะพานฟัน ฟันปลอมถอดได้
รากฟันเทียม vs สะพานฟัน
- เราไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง ซึ่งจะทำให้เสียเนื้อฟัน เพื่อเป็นหลักให้กับฟันที่เชื่อมต่อกลางรากฟัน
- การกรอฟันข้างเคียง ถ้านานวันแล้วเราทำความสะอาดไม่ค่อยดี จะทำให้เกิดการผุบริเวณรอยต่อของวัสดุอุด ซึ่งนำมาซึ่งการถอนฟันซี่นั้นในอนาคต
- การทำความสะอาดที่ค่อนข้างง่ายกว่าการทำสะพานฟัน เพราะสามารถใช้ dental floss ผ่านเข้า-ออกได้
ข้อด้อยกว่าคือ เรื่องของระยะเวลาในการทำ การทำสะพานฟันโดยมากจะเสร็จเร็วกว่า มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากน้อยกว่า (ไม่ต้องทำการผ่าตัดฝังรากเทียม) ส่วนเรื่องราคา ในปัจจุบันราคาค่าใช้จ่ายไม่ต่างกันมากเหมือนในสมัยก่อน การทำสะพานฟันในปัจจุบันจึงมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก
รากฟันเทียม vs ฟันปลอมถอดได้
- รากฟันเทียมเป็นฟันปลอมที่ติดแน่น ไม่ต้องถอดเข้าออก
- มีความสวยงามกว่า เพราะสามารถทำครอบฟัน เป็นชนิดที่มีความสวย ความงาม เหมือนฟันธรรมชาติ ในส่วนที่ฟันปลอมถอดได้เป็น acrylic
- มีประสิทธิภาพในการทำการยึดตรึง เพราะรากฟันเทียม ยึดอยู่ในกระดูก
ข้อด้วยกว่า คือ เรื่องราคาค่าใช้จ่ายของรากเทียม ที่สูงกว่าฟันปลอมถอดได้
รากฟันเทียมทำจากอะไร
รากฟันเทียมทำจากอะไร
เราแบ่งส่วนประกอบของรากฟันเทียมเป็น 3 ส่วน คือ
- ราก (Fixture) มีลักษณะคล้ายสกรู ทำหน้าที่เป็นรากฟันที่เชื่อมติดกับกระดูกขากรรไกร รากฟันทำจากวัสดุไทเทเนียม (Titanium) ที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อให้ความแข็งแรง ทนแรงบดเคี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- แกนฟัน (Abutment) อยู่ตรงกลางระหว่างรากและครอบฟัน เปรียบเสมือนโครงสร้างแกนฟันหลัก ทำหน้าที่เป็นตัวยึดรากฟันไทเทเนียมกับครอบฟันให้มั่นคง
- ครอบฟัน (Crown) ผลิตจากเซรามิก ทำรูปร่างและสีให้เหมือนฟันธรรมชาติ
ข้อดีของการทำรากเทียม
เมื่อสูญเสียฟันแท้ไป ปัญหาที่ตามมาคือมีช่องว่างในฟันเกิดขึ้น ทำให้ฟันซี่ที่อยู่ข้างเคียงล้มได้ การทำรากเทียมมีข้อดีคือ
- ป้องกันฟันล้มหรือฟันเอียงที่เกิดจากการสูญเสียฟัน
- เสริมสร้างความแข็งแรงเเละสุขอนามัยในช่องปาก
- เคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนฟันธรรมชาติ
- เสริมบุคลิกภาพ คืนรอยยิ้มที่สวยงาม สร้างความมั่นใจ
- ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการพูด
- แก้ปัญหาที่เจอจากการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ เช่น ฟันปลอมหลวม เห็นตะขอเกี่ยว เคี้ยวอาหารติดขัด กังวลว่าฟันปลอมจะหลุดขณะเคี้ยวอาหาร/สนทนา
ความเสี่ยงในการทำรากฟันเทียม
การผ่าตัดโดยทั่วไปอาจพบความเสี่ยงได้จากการดูแลแผลเปิดได้ ในส่วนของการผ่าตัดทำรากฟันเทียมก็เช่นกัน ถึงเเม้จะพบได้ไม่บ่อยและ สามารถรักษาได้
- การติดเชื้อที่บริเวณรากฟันเทียม
- การปวดบวมระบม เนื่องจากผ่าตัดกระทบโครงสร้างโดยรอบ เช่น ฟัน หลอดเลือดอื่นๆ
- ปัญหาไซนัสเมื่อรากฟันเทียมที่ขากรรไกรบน เข้าไปในโพรงไซนัส
แต่คุณไม่ต้องกังวลไปเพราะ ทันตแพทย์จะทำความสะอาดพื้นที่ผิวก่อนผ่าตัด และให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อ และหลังผ่าตัดจะมีการนัดหมายคนไข้ ติดตามผลหลังผ่าตัด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อในภายหลัง ในเคสพิเศษที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ไซนัส จะมีการตรวจเช็คสุขภาพคนไข้ ถ้าคนไข้มีไซนัส จะทำการยกผนังไซนัส (Sinus Augmentation, Sinus Lift) เพิ่มเติม
อายุการใช้งานรากฟันเทียม
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดใส่รากเทียม
การดูเเลในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด จะมีอาการปวดระบมเป็นเวลา 3-7 วัน แนะนำให้ปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้แผลในช่องปากฟื้นตัวได้เร็ว
- ประคบเย็นบนผิวบริเวณที่ผ่าตัดทันทีหลังการรักษา เพื่อช่วยลดอาการบวม
- หลีกเลี่ยงการใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด เพราะแรงดูดจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังสมานตัวหลุดออก ทำให้เกิดอาการปวดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
- ในช่วงแรกแนะนำให้รับประทานอาหารเหลว ที่ไม่ต้องเคี้ยวเพื่อกันการระบมหลังผ่าตัด
- ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ 3-4 ครั้งต่อวัน
- หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด อาหารเเข็งกรอบ หรือมีความเหนียว ช่วง 2 วันแรก
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 วันหลังการผ่าตัด
- ทันตแพทย์จะแนะนำให้คุณกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
การฟื้นตัวของคนไข้แตกต่างกันตามสภาพช่องปาก ควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามดูผลหลังการรักษา อย่างไรก็ตามการฝังรากฟันเทียมถือเป็นการผ่าตัดมาตรฐานที่ช่วยรักษาการสูญเสียฟันได้เป็นอย่างดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการปวดที่ใกล้เคียหรือน้อยกว่าการปวดจากการถอนฟัน
คนไข้ที่เพิ่งทำรากฟันเทียมครั้งเเรก 5-7 วันหลังผ่าตัด อาการปวดบวมแผลจะค่อยๆน้อยลงจนหายไป หลังจากแผลประสานกันดีเเล้ว คนไข้เเทบไม่รู้สึกแตกต่างกับฟันแท้เลย
กรณีคนไข้ที่เคยใส่ฟันปลอม เมื่อเปลี่ยนเป็นรากฟันเทียม จะรู้สึกได้ชัดเจนว่าไม่ต้องปรับตัวเหมือนช่วงแรกในการใส่ฟันปลอม ไม่รู้สึกรำคาญ สามารถเคี้ยวอาหารได้สะดวกขึ้น ตัดปัญหาควาามกังวล ว่าฟันปลอมเคลื่อนหรือหลุดขณะรับประทานอาหาร หรือพูด
ใครทำรากฟันเทียมได้บ้าง
ไม่ใช่ว่าคนไข้ที่สูญเสียฟันทุกคนสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากเทียมได้ มีปัจจัยความเหมาะสมทางร่างกายที่ทันตแพทย์พิจารณา คือ
- มีปริมาณกระดูกที่เพียงพอ ในการผ่าตัดรากฟันเทียม หากพบว่าคนไข้ที่สูญเสียฟันมาระยะหนึ่ง อาจมีกระดูกไม่เพียงพอ ซึ่งทันตแพทย์จะตรวจสอบด้วยเครื่องสแกน CBCT แสดงภาพ 3 มิติ ช่องปากและกระดูกขากรรไกร และทำการประเมินปริมาณกระดูกได้ หากพบว่ามีกระดูกไม่เพียงพอในการปลูกรากฟันเทียม คุณหมอจะต้องเตรียมการปลูกถ่ายกระดูกก่อน เพื่อให้ร่างกายสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ให้พร้อมรับการผ่าตัดต่อไปได้
- อายุ 18 ปีขึ้นไป การทำรากฟันเทียมจะได้ผลดีที่สุด ในวัยที่ร่างกายเติบโต กระดูกขากรรไกรพัฒนาเต็มที่เเล้ว
- มีสุขภาพที่ดี สุขภาพร่างกายและสุขภาพช่องปากที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการผ่าตัดรากฟันเทียม คนไข้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่จัดหรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน โรคมะเร็งที่มีการฉายรังสีที่บริเวณใบหน้า ลูคีเมีย ไฮเปอร์ไทรอยด์ ปริทันต์อักเสบรุนแรง ฟันผุ ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อน ทันตแพทย์จะประเมินสุขภาพช่องปากเเละวางแผนรักษาก่อน หรือสำหรับคนไข้ที่มีโรคประจำตัว อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวด้วย
- สตรีมีครรภ์ควรเลี่ยงการรักษารากฟันเทียม เนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ทันตแพทย์แนะนำให้คลอดบุตรก่อน
วิธีทำความสะอาด รากฟันเทียม
รากฟันเทียมยึดติดแน่นเหมือนฟันจริง จึงมีความแข็งแรงมาก ไม่ต้องคอยถอดเข้าถอดออกบ่อยครั้งเหมือนฟันปลอมแบบอื่นๆ การดูแลรักษาง่ายเหมือนฟันธรรมชาติ แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี
Q & A คำถามที่พบบ่อย
ใส่รากฟันเทียมเจ็บมั้ย ?
ในขั้นตอนการทำทันตแพทย์จะให้ยาชากับคนไข้จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด ในการฝังรากฟันเทียมในกระดูกขากรรไกรซึ่งไม่มีเส้นประสาทคนไข้ก็จะไม่ได้รับความเจ็บปวดอยู่เเล้ว อาจจะรู้สึกสะเทือนจากการใส่เครื่องมือ ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดบ้าง เเต่คุณหมอจะให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ เพราะมีการระบมจากแผลผ่าตัดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
รากฟันเทียมใช้เวลาทำนานแค่ไหน ?
ในขั้นตอนการผ่าตัดรากฟันเทียม ใช้เวลาประมาณ 30นาทีถึง 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดต้องรอพักฟื้น 2-6 เดือน ให้รากฟันยึดติดกับกระดูกเรียบร้อยดีจึงเตรียมใส่ครอบฟันต่อได้
รากฟันเทียมมีข้อเสียมั้ย ?
การทำรากเทียมมีราคาสูง และไม่ได้ครอบคลุมในประกันสุขภาพ พบอาการหลังการรักษา เช่น ปวด บวม และมีเลือดออกเนื่องจากการผ่าตัด อาจพบอาการซึ่งพบได้ในการผ่าตัดทั่วไปในช่องปาก
รากเทียมสามารถอยู่ได้นานกี่ปี ?
ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและดูแล ซึ่งถ้าถูกวิธีก็สามารถใช้งานได้ 10 – 20 ปีขึ้นไป ถ้าดูเเลรักษาให้ดีก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต


