รากฟันเทียม

บริการของเรา

บริการ รากฟันเทียม

ที่ Pride Smile Dental Clinic เราให้บริการ รากฟันเทียม เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไปอย่างถาวร โดยใช้วัสดุไทเทเนียมคุณภาพสูงที่สามารถยึดเกาะกับกระดูกขากรรไกรได้อย่างแน่นหนา ทำหน้าที่เสมือนรากฟันธรรมชาติ รากฟันเทียมช่วยให้คุณกลับมามีฟันที่แข็งแรง สวยงาม และใช้งานได้ใกล้เคียงฟันจริงมากที่สุด

การทำรากฟันเทียมเป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะให้ความทนทานสูง ไม่โยก ไม่หลุด และไม่ต้องกรอฟันซี่ข้างเคียงเหมือนการทำสะพานฟัน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการละลายของกระดูกขากรรไกร ทำให้รูปหน้าไม่เปลี่ยนและสามารถเคี้ยวอาหารแข็งได้อย่างมั่นใจ

กระบวนการรักษาเริ่มจากการตรวจสภาพช่องปากและถ่ายภาพ X-ray หรือ CT Scan เพื่อประเมินความหนาแน่นของกระดูกและตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับฝังรากฟัน จากนั้นทันตแพทย์เฉพาะทางของเราจะทำการฝังรากฟันเทียมด้วยเทคนิคที่มีความแม่นยำสูง ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายเร็ว เมื่อรากฟันยึดติดกับกระดูกดีแล้ว จะทำการใส่ครอบฟัน (Crown) ที่ออกแบบให้สวยกลมกลืนเหมือนฟันธรรมชาติที่สุด

โปรโมชั่น รากฟันเทียม

เรามีจุดมุ่งหมายทำราคารากฟันเทียมให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น โดยให้บริการทำรากฟันเทียมจากทีมทันตแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์และเราใช้รากฟันเทียมที่มีคุณภาพระดับโลกอย่างเช่น Straumann, Neodent, Biotem และ Dentium

BIOTEM

รากฟันเทียม + ครอบฟัน PFM

จำกัด 100 ซี่

19,900 บาท

Dentium

รากฟันเทียม + ครอบฟัน PFM

จำกัด 100 ซี่

23,900 บาท

รากฟันเทียม (Dental Implant) คือ

วัสดุคล้ายสกรูที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งฝังลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติที่หายไป ทำหน้าที่เป็นฐานยึดฟันปลอมสำหรับใส่ฟันปลอมชนิดติดแน่น (ครอบฟัน) หรือฟันปลอมถอดได้ ให้ความรู้สึกและประสิทธิภาพการใช้งานใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด

ส่วนประกอบหลัก

รากฟันเทียมทำจากอะไร
เราแบ่งส่วนประกอบของรากฟันเทียมเป็น 3 ส่วน คือ

  • รากเทียม (Fixture): ตัวสกรูไทเทเนียมฝังในกระดูกขากรรไกร
  • แกนเชื่อม (Abutment): เชื่อมต่อระหว่างรากเทียมกับครอบฟัน
  • ครอบฟัน (Crown): ส่วนบนที่ทำจากเซรามิก มีรูปร่างและสีเหมือนฟันจริง

ทำไมต้องทำรากฟันเทียม

  • ทดแทนฟันที่สูญเสียไปได้ดีที่สุด
  • ช่วยป้องกันกระดูกขากรรไกรละลาย และฟันข้างเคียงล้ม
  • ให้ความมั่นคงในการบดเคี้ยวและการพูดใกล้เคียงกับฟันจริงมากที่สุด
  • ไม่ทำลายฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียง

ทำรากฟันเทียมเหมาะกับใคร

  • ผู้ที่สูญเสียฟันจากฟันผุ โรคเหงือก หรืออุบัติเหตุ
  • ผู้ที่ต้องการฟันปลอมที่มั่นคงและใช้งานได้ยาวนาน
รากฟันเทียมเป็นทางเลือกที่ทนทานและมีประสิทธิภาพสูงในการฟื้นฟูฟันที่เสียไป ทำให้กลับมายิ้มอย่างมั่นใจ และมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นได้

เตรียมตัวก่อนทำรากฟันเทียม

1. ปรึกษาทันตแพทย์: คุณหมอพิจารณาว่าความเหมาะสมของคนไข้ทำรากฟันเทียม มีการทำการเอกซเรย์ฟัน หรือทำ CT Scan สแกนภาพ 3 มิติ ตรวจสภาพกระดูก อาจมีการทำพิมพ์ปาก และเช็กประวัติคนไข้ เพื่อนำมาวางแผนขั้นตอนการรักษาให้เหมาะสมปลอดภัยกับคนไข้

2. กำหนดนัดหมายวันผ่าตัด: คนไข้ควรวางแผนเตรียมฟัน ดูแลช่องปากหลังผ่าตัดให้ดี

  • เตรียมอาหารอ่อนๆ และยาแก้ปวด
  • หยุดพักงาน 1–2 วันแรก
  • พักออกกำลังกายหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์

3. เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการผ่าตัด: พักผ่อนให้เพียงพอ

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม

ขั้นตอนในการรักษารากฟันเทียมในการพบทันตแพทย์เพื่อสรุปขั้นตอนการรักษา

1. พบทันตแพทย์เพื่อดูความเหมาะสม
มีการเอ็กซเรย์ฟัน (X-rays, panoramic films, CT scans) ตรวจสภาพกระดูก เพื่อเตรียมแผนการรักษาให้เหมาะสมสำหรับคนไข้ คุณหมอจะเป็นคอยแนะนำผู้ป่วยถึงวิธีการเตรียมตัวสำหรับการรักษาแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด เช่น

  • กระดูกมีปริมาณเพียงพอหรือต้องได้รับการปลูกกระดูกก่อนฝังรากฟันเทียม
  • คนไข้อาจมีการใช้ยาที่ส่งผลต่อการผ่าตัดรากฟันเทียม คุณหมออาจจะต้องปรับแผนการรักษา
  • อาจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมกระดูกขากรรไกรสำหรับรากฟันเทียม คุณหมอจะพิจารณาการปลูกกระดูก หรือปรับแผนการรักษา

2. เตรียมตำแหน่งที่จะฝังรากฟันเทียมให้พร้อม
ทันตแพทย์อาจทำการปลูกกระดูก (Bone Graft) หากความหนาของกระดูกไม่เพียงพอ หรือมีฟันคุด (Impacted Teeth) หรือฟันที่เสียหายต้องถอนออก โดยจะรอให้กระดูกขากรรไกรฟื้นฟูและพร้อมสำหรับการฝังรากฟันเทียมที่เหมาะสม

3. กำหนดนัดหมายวันผ่าตัด
คนไข้ควรวางแผนเตรียมฟัน ดูแลช่องปากหลังผ่าตัดให้ดี

  • เตรียมอาหารอ่อนๆ และยาแก้ปวด
  • หยุดพักงาน 1–2 วันแรก
  • พักออกกำลังกายหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์

4. เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการผ่าตัด
พักผ่อนให้เพียงพอ

5. ฝังรากฟันเทียม
เป็นการผ่าตัดเล็ก ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ พร้อมเย็บแผลปิดสนิท ไม่มีแผลเปิดหลังผ่าตัด

6. ทันตแพทย์ติดตั้งครอบฟัน
เมื่อตรวจสอบเเล้วว่ารากฟันเทียมที่ผ่าตัด ฝังเข้ากันกับกระดูกรอบข้างได้เรียบร้อยดีเเล้ว คุณหมอจะติดตั้งโครงสร้างแกนกลาง (Abutment) เเละสวมครอบ ฟันติดเข้าไปที่แกนฟัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

7. ทันตแพทย์นัดติดตามผลการรักษา
ทันตแพทย์ นัดคนไข้เพื่อติดตามผลหลังผ่าตัด ภายใน 1-2 เดือน ช่วงเเรก เเละนัดตรวจประจำปี เพื่อเช็คสุขภาพช่องปากตามปกติ

รากฟันเทียมหลายซี่

การทำรากฟันเทียมหลายซี่ ใช้การติดสะพานฟันหรือรากฟันเทียม ซึ่งมีแกนฟันเชื่อมต่อระหว่างรากฟันเทียมและสะพานฟัน เพื่อชดเชยฟันที่หายไปจำนวน 2 ซี่ขึ้นไปที่อยู่ติดกัน โดยใช้สะพานฟันเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างรากฟันหลายซี่ เหมาะกับคนไข้ที่สูญเสียฟันหลายซี่ที่อยู่ติดกัน

รากฟันเทียมทั้งปาก

เปรียบเทียบรากฟันเทียม สะพานฟัน ฟันปลอมถอดได้

รากฟันเทียม vs สะพานฟัน

  1. เราไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง ซึ่งจะทำให้เสียเนื้อฟัน เพื่อเป็นหลักให้กับฟันที่เชื่อมต่อกลางรากฟัน
  2. การกรอฟันข้างเคียง ถ้านานวันแล้วเราทำความสะอาดไม่ค่อยดี จะทำให้เกิดการผุบริเวณรอยต่อของวัสดุอุด ซึ่งนำมาซึ่งการถอนฟันซี่นั้นในอนาคต
  3. การทำความสะอาดที่ค่อนข้างง่ายกว่าการทำสะพานฟัน เพราะสามารถใช้ dental floss ผ่านเข้า-ออกได้

ข้อด้อยกว่าคือ เรื่องของระยะเวลาในการทำ การทำสะพานฟันโดยมากจะเสร็จเร็วกว่า มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากน้อยกว่า (ไม่ต้องทำการผ่าตัดฝังรากเทียม) ส่วนเรื่องราคา ในปัจจุบันราคาค่าใช้จ่ายไม่ต่างกันมากเหมือนในสมัยก่อน การทำสะพานฟันในปัจจุบันจึงมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก

รากฟันเทียม vs ฟันปลอมถอดได้

  1. รากฟันเทียมเป็นฟันปลอมที่ติดแน่น ไม่ต้องถอดเข้าออก
  2. มีความสวยงามกว่า เพราะสามารถทำครอบฟัน เป็นชนิดที่มีความสวย ความงาม เหมือนฟันธรรมชาติ ในส่วนที่ฟันปลอมถอดได้เป็น acrylic
  3. มีประสิทธิภาพในการทำการยึดตรึง เพราะรากฟันเทียม ยึดอยู่ในกระดูก

ข้อด้วยกว่า คือ เรื่องราคาค่าใช้จ่ายของรากเทียม ที่สูงกว่าฟันปลอมถอดได้

รากฟันเทียมทำจากอะไร

รากฟันเทียมทำจากอะไร
เราแบ่งส่วนประกอบของรากฟันเทียมเป็น 3 ส่วน คือ

  • ราก (Fixture) มีลักษณะคล้ายสกรู ทำหน้าที่เป็นรากฟันที่เชื่อมติดกับกระดูกขากรรไกร รากฟันทำจากวัสดุไทเทเนียม (Titanium) ที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อให้ความแข็งแรง ทนแรงบดเคี้ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • แกนฟัน (Abutment) อยู่ตรงกลางระหว่างรากและครอบฟัน เปรียบเสมือนโครงสร้างแกนฟันหลัก ทำหน้าที่เป็นตัวยึดรากฟันไทเทเนียมกับครอบฟันให้มั่นคง
  • ครอบฟัน (Crown) ผลิตจากเซรามิก ทำรูปร่างและสีให้เหมือนฟันธรรมชาติ

ข้อดีของการทำรากเทียม

เมื่อสูญเสียฟันแท้ไป ปัญหาที่ตามมาคือมีช่องว่างในฟันเกิดขึ้น ทำให้ฟันซี่ที่อยู่ข้างเคียงล้มได้ การทำรากเทียมมีข้อดีคือ

  • ป้องกันฟันล้มหรือฟันเอียงที่เกิดจากการสูญเสียฟัน
  • เสริมสร้างความแข็งแรงเเละสุขอนามัยในช่องปาก
  • เคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนฟันธรรมชาติ
  • เสริมบุคลิกภาพ คืนรอยยิ้มที่สวยงาม สร้างความมั่นใจ
  • ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการพูด
  • แก้ปัญหาที่เจอจากการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ เช่น ฟันปลอมหลวม เห็นตะขอเกี่ยว เคี้ยวอาหารติดขัด กังวลว่าฟันปลอมจะหลุดขณะเคี้ยวอาหาร/สนทนา

ความเสี่ยงในการทำรากฟันเทียม

การผ่าตัดโดยทั่วไปอาจพบความเสี่ยงได้จากการดูแลแผลเปิดได้ ในส่วนของการผ่าตัดทำรากฟันเทียมก็เช่นกัน ถึงเเม้จะพบได้ไม่บ่อยและ สามารถรักษาได้

  • การติดเชื้อที่บริเวณรากฟันเทียม
  • การปวดบวมระบม เนื่องจากผ่าตัดกระทบโครงสร้างโดยรอบ เช่น ฟัน หลอดเลือดอื่นๆ
  • ปัญหาไซนัสเมื่อรากฟันเทียมที่ขากรรไกรบน เข้าไปในโพรงไซนัส
    แต่คุณไม่ต้องกังวลไปเพราะ ทันตแพทย์จะทำความสะอาดพื้นที่ผิวก่อนผ่าตัด และให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อ และหลังผ่าตัดจะมีการนัดหมายคนไข้ ติดตามผลหลังผ่าตัด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อในภายหลัง ในเคสพิเศษที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ไซนัส จะมีการตรวจเช็คสุขภาพคนไข้ ถ้าคนไข้มีไซนัส จะทำการยกผนังไซนัส (Sinus Augmentation, Sinus Lift) เพิ่มเติม

อายุการใช้งานรากฟันเทียม

รากฟันเทียมมีอายุการใช้งาน ที่นานเพราะ วัสดุทำจากไทเทเนียมที่แข็งแรงและเข้ากับเนื้อเยื่อเหงือกได้ดี และสามารถรองรับการใช้งานได้ตั้ง 10 – 20 ปีขึ้นไป ถ้าดูเเลรักษาให้ดี โดยที่ไม่มีอาการอักเสบก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดใส่รากเทียม

การดูเเลในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด จะมีอาการปวดระบมเป็นเวลา 3-7 วัน แนะนำให้ปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้แผลในช่องปากฟื้นตัวได้เร็ว

  • ประคบเย็นบนผิวบริเวณที่ผ่าตัดทันทีหลังการรักษา เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงการใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด เพราะแรงดูดจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังสมานตัวหลุดออก ทำให้เกิดอาการปวดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
  • ในช่วงแรกแนะนำให้รับประทานอาหารเหลว ที่ไม่ต้องเคี้ยวเพื่อกันการระบมหลังผ่าตัด
  • ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ 3-4 ครั้งต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด อาหารเเข็งกรอบ หรือมีความเหนียว ช่วง 2 วันแรก
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 วันหลังการผ่าตัด
  • ทันตแพทย์จะแนะนำให้คุณกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

การฟื้นตัวของคนไข้แตกต่างกันตามสภาพช่องปาก ควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามดูผลหลังการรักษา อย่างไรก็ตามการฝังรากฟันเทียมถือเป็นการผ่าตัดมาตรฐานที่ช่วยรักษาการสูญเสียฟันได้เป็นอย่างดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการปวดที่ใกล้เคียหรือน้อยกว่าการปวดจากการถอนฟัน

คนไข้ที่เพิ่งทำรากฟันเทียมครั้งเเรก 5-7 วันหลังผ่าตัด อาการปวดบวมแผลจะค่อยๆน้อยลงจนหายไป หลังจากแผลประสานกันดีเเล้ว คนไข้เเทบไม่รู้สึกแตกต่างกับฟันแท้เลย

กรณีคนไข้ที่เคยใส่ฟันปลอม เมื่อเปลี่ยนเป็นรากฟันเทียม จะรู้สึกได้ชัดเจนว่าไม่ต้องปรับตัวเหมือนช่วงแรกในการใส่ฟันปลอม ไม่รู้สึกรำคาญ สามารถเคี้ยวอาหารได้สะดวกขึ้น ตัดปัญหาควาามกังวล ว่าฟันปลอมเคลื่อนหรือหลุดขณะรับประทานอาหาร หรือพูด

ใครทำรากฟันเทียมได้บ้าง

ไม่ใช่ว่าคนไข้ที่สูญเสียฟันทุกคนสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากเทียมได้ มีปัจจัยความเหมาะสมทางร่างกายที่ทันตแพทย์พิจารณา คือ

  • มีปริมาณกระดูกที่เพียงพอ ในการผ่าตัดรากฟันเทียม หากพบว่าคนไข้ที่สูญเสียฟันมาระยะหนึ่ง อาจมีกระดูกไม่เพียงพอ ซึ่งทันตแพทย์จะตรวจสอบด้วยเครื่องสแกน CBCT แสดงภาพ 3 มิติ ช่องปากและกระดูกขากรรไกร และทำการประเมินปริมาณกระดูกได้ หากพบว่ามีกระดูกไม่เพียงพอในการปลูกรากฟันเทียม คุณหมอจะต้องเตรียมการปลูกถ่ายกระดูกก่อน เพื่อให้ร่างกายสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ให้พร้อมรับการผ่าตัดต่อไปได้
  • อายุ 18  ปีขึ้นไป การทำรากฟันเทียมจะได้ผลดีที่สุด ในวัยที่ร่างกายเติบโต กระดูกขากรรไกรพัฒนาเต็มที่เเล้ว
  • มีสุขภาพที่ดี สุขภาพร่างกายและสุขภาพช่องปากที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการผ่าตัดรากฟันเทียม คนไข้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่จัดหรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน โรคมะเร็งที่มีการฉายรังสีที่บริเวณใบหน้า ลูคีเมีย ไฮเปอร์ไทรอยด์ ปริทันต์อักเสบรุนแรง ฟันผุ ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อน ทันตแพทย์จะประเมินสุขภาพช่องปากเเละวางแผนรักษาก่อน หรือสำหรับคนไข้ที่มีโรคประจำตัว อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวด้วย
  • สตรีมีครรภ์ควรเลี่ยงการรักษารากฟันเทียม เนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ทันตแพทย์แนะนำให้คลอดบุตรก่อน

วิธีทำความสะอาด รากฟันเทียม

รากฟันเทียมยึดติดแน่นเหมือนฟันจริง จึงมีความแข็งแรงมาก ไม่ต้องคอยถอดเข้าถอดออกบ่อยครั้งเหมือนฟันปลอมแบบอื่นๆ การดูแลรักษาง่ายเหมือนฟันธรรมชาติ แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี

Q & A คำถามที่พบบ่อย

ใส่รากฟันเทียมเจ็บมั้ย ?

3
2

ในขั้นตอนการทำทันตแพทย์จะให้ยาชากับคนไข้จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด ในการฝังรากฟันเทียมในกระดูกขากรรไกรซึ่งไม่มีเส้นประสาทคนไข้ก็จะไม่ได้รับความเจ็บปวดอยู่เเล้ว อาจจะรู้สึกสะเทือนจากการใส่เครื่องมือ ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดบ้าง เเต่คุณหมอจะให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ เพราะมีการระบมจากแผลผ่าตัดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

รากฟันเทียมใช้เวลาทำนานแค่ไหน ?

3
2

ในขั้นตอนการผ่าตัดรากฟันเทียม ใช้เวลาประมาณ 30นาทีถึง 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดต้องรอพักฟื้น 2-6 เดือน ให้รากฟันยึดติดกับกระดูกเรียบร้อยดีจึงเตรียมใส่ครอบฟันต่อได้

รากฟันเทียมมีข้อเสียมั้ย ?

3
2

การทำรากเทียมมีราคาสูง และไม่ได้ครอบคลุมในประกันสุขภาพ พบอาการหลังการรักษา เช่น ปวด บวม และมีเลือดออกเนื่องจากการผ่าตัด อาจพบอาการซึ่งพบได้ในการผ่าตัดทั่วไปในช่องปาก

รากเทียมสามารถอยู่ได้นานกี่ปี ?

3
2

ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและดูแล ซึ่งถ้าถูกวิธีก็สามารถใช้งานได้ 10 – 20 ปีขึ้นไป ถ้าดูเเลรักษาให้ดีก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต

ทำรากฟันเทียมคุ้มไหม ?

3
2
ถึงเเม้รากฟันเทียมจะมีราคาค่อนข้างสูง เเต่ก็มีความทนทานมาก ในด้านการใช้งานเเละดูเเลรักษาเหมือนกับฟันเเท้ รากฟันเทียมจึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป

ใส่รากเทียม จัดฟันได้ไหม ?

3
2
คนไข้ที่ใส่รากฟันเทียมต้องการจัดฟันในภายหลัง ถ้าฟันซี่ที่เป็นรากเทียมมาเเล้วต้องจัดฟันด้วยจะไม่สามารถจัดฟันได้ เนื่องจากรากเทียมไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ คนไข้ควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อวางแผนรักษาอย่างถูกต้อง ลดการเสียเวลาเเละเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ในบางกรณีหลังฝังรากฟันเทียม ก็อาจจะสามารถจัดฟันต่อได้ แต่การรักษาจัดฟันจะซับซ้อนมากขึ้นหรือออาจต้องใช้เครื่องมือจัดฟันแบบใสมาช่วย

ทำไมการทำรากฟันเทียมจึงไม่ควรสูบบุหรี่ ?

3
2
การสูบบุหรี่จะทําให้กระดูกเเละเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ รากเทียมอักเสบ เกิดอาการเหงือกร่นบริเวณที่ทำรากฟันเทียม ส่งผลให้รากฟันเทียมโยกและอาจทำให้รากฟันเทียมหลุดได้